อยากขายของมั่ง สั่งอะไรมาขายดี

คำถามนี้น่าจะเป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนอยากเป็นพ่อค้าแม่ขายนะครับ เคยมีลูกค้าเมล์มาถามผมอยู่เหมือนกัน ที่อ่านเจอตามเว็บก็มีบ่อย แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีคำตอบที่เอาไปทำได้จริงเท่าไหร่ บางคนก็บอกว่าถ้าฉันตอบได้ฉันก็สั่งมาขายเองไม่ดีกว่าหรือ หรือไม่ก็บอกว่าเรื่องแบบนี้คนที่เค้ารู้จริงคงไม่มาบอกกันง่าย ๆ หรอก

แรก ๆ ที่เจอคำถามทำนองนี้ผมเองก็หนักใจที่จะตอบอยู่เหมือนกัน นั่งคิดไปคิดมาตั้งนานกว่าจะหาคำตอบที่น่าจะช่วยชี้ทางให้คนถามได้บ้าง พอมาเขียนบทความเรื่องค้า ๆ ขาย ๆ อีกครั้ง ก็คิดว่าต้องเขียนหัวข้อนี้ไว้หน่อย เผื่อมีคนมาถามจะได้ส่งให้อ่านเลย ไม่ต้องพิมพ์ตอบกันยาว ๆ เพราะคำตอบก็คงจะคล้าย ๆ กันสำหรับทุกคนนั่นแหละครับ

จะว่าไปผมก็ไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญหรือเก่งกาจอะไรในเรื่องค้าขาย แค่พอจะมีช่องทางเฉพาะตัวและค้าขายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เพียงแต่บางครั้งก็มีลูกค้าที่เป็นรุ่นน้องมาปรึกษาบ้างไรบ้าง ผมก็ตอบไปเท่าที่ประสบการณ์และสติปัญญาของผมจะทำได้ ถ้าถามมาแบบคนตั้งใจจริงผมก็จะตอบให้แบบตั้งใจตอบจริง ๆ ส่วนจะเอาไปทำได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ ความพยายาม และวาสนาของคนถามล่ะครับ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีสูตรตายตัวที่จะให้ใครได้อะไรดี ๆ แบบสบายกว่าคนอื่นมาก ๆ หรอกครับ ยกเว้นคนมีวาสนาดีอาจจะสบายกว่าเพื่อนบ้าง

แล้วตกลงจะบอกมั้ยล่ะว่าขายอะไรดี?

บอกสิครับ กำลังจะบอกอยู่เนี่ย ตอบตรง ๆ เลยนะครับ ผมคิดว่าขายของที่ตัวเราคิดว่าเราจะขายได้ดีที่สุดครับ อันนี้ไม่ได้กวนนะครับ ผมคิดว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะคนเราแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน มีความชอบและความถนัดไม่เหมือนกัน เงื่อนไขทางสังคมและสิ่งแวดล้อมก็แตกต่างกัน สินค้าที่แต่ละคนจะขายได้ดีจึงแตกต่างกันด้วย ยิ่งกว่านั้น มีบางคนที่เริ่มต้นด้วยการขายสินค้าอย่างหนึ่งแต่ไปประสบความสำเร็จกับสินค้าอีกอย่างหนึ่งก็มี แปลว่าเงื่อนไขต่าง ๆ มันไม่ได้คงที่ตายตัว มันแปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา ถ้าเราปรับตัวได้ก็ยังอยู่รอดหรือสำเร็จได้

ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพดีกว่า

ช่วงที่ผมเริ่มรับสั่งสินค้าจีนใหม่ ๆ มีลูกค้าเป็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งมาสั่งซื้อพวกเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์เกาหลีแบบที่เค้านิยมกันในสมัยนั้น เธอยังเป็นนักศึกษาอยู่ มีอาชีพเสริมเป็นนางแบบหรือพริตตี้ตามงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ด้วย รู้เรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตามที่ตลาดกำลังนิยมกันอยู่แล้ว เธอก็รับพรีออเดอร์แล้วมาสั่งกับผมไปส่งให้ลูกค้าอีกที แรก ๆ ก็สั่งไม่มากเท่าไหร่ ทำไปทำมาก็สั่งเยอะขึ้นจนถึง 70-80 กิโลกรัมต่อล็อตก็มี ผมคิดว่าน้องเค้าทำได้ดีพอสมควร แต่ทำอยู่ประมาณปีนึงก็เลิก ไม่รู้ว่าติดเรียนกำลังจะจบหรือมีเหตุผลอะไรอย่างอื่น แต่ในช่วงหลัง ๆ แม่ค้าพรีออเดอร์ออนไลน์แนวนี้ก็มีเพิ่มมากขึ้นราวกับดอกเห็ด การแข่งขันรุนแรงมากขึ้นด้วย อาจจะเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้น้องคนนี้เลิกทำไป

ต่อมาอีกสองปีได้มั้ง น้องคนนี้เมล์มาหาผมใหม่ บอกว่าอยากกลับมาขายของแบบเดิมอีก ผมก็ให้เงื่อนไขราคาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เธอไม่สามารถขายได้ในราคาที่เคยขายแบบเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีคู่แข่งตัดราคากันเต็มไปหมด สุดท้ายก็เลยเลิกล้มความคิดที่จะกลับมาทำใหม่ ป่านนี้คงหันไปทำอย่างอื่นแล้วล่ะครับ

กรณีนี้ผมอยากจะสรุปว่า สำหรับสินค้าฮ็อตฮิตทั้งหลาย ถ้าเราอยู่ในกลุ่มแรก ๆ ที่ขายสินค้าชนิดนั้นก็พอมีโอกาสเกิดได้ แต่หลังจากนั้นตลาดจะเกิดการแข่งขันดุเดือดขึ้น ถ้าเรายังทำเหมือนเดิมหรือทำเท่าเดิม ก็อาจจะถูกเจ้าใหม่ เจ้าใหญ่ ๆ ที่มาทีหลังแต่แข็งแกร่งกว่ามาก ๆ เบียดเราออกจากตลาดไปเลยก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนมีทุนน้อยจะขายสินค้ายอดนิยมไม่ได้เอาเสียเลย

เพราะการซื้อขายนอกจากเรื่องสินค้าแล้ว องค์ประกอบสำคัญของมันอีกอย่างก็คือความสัมพันธ์ระว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ถ้าเราเป็นผู้ขายที่สามารถเข้าถึงผู้ซื้อจำนวนหนึ่ง อาจจะไม่ได้มากมายนัก แต่มันเป็นพื้นที่เฉพาะที่เราสามารถเข้าถึงได้ดีกว่าคนอื่น พูดง่าย ๆ ว่าขาใหญ่ที่ขายสินค้าชนิดเดียวกันยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ซื้อกลุ่มนี้ได้ โอกาสที่เราจะขายสินค้าชนิดนั้นก็ยังมีอยู่ แม้จะไม่ได้ยอดขายถล่มทลายแบบขาใหญ่ แต่ก็อาจจะเพียงพอแล้วสำหรับขาเล็ก ๆ อย่างเรา

เล่ามาถึงตรงนี้ ทำให้ผมนึกถึงลูกค้าอีกท่านนึง เป็นแม่บ้านขายของในเฟสบุ๊คเป็นรายได้เสริม สินค้าที่ขายก็เป็นสินค้าแฟชั่นสำหรับผู้หญิงวัยทำงานทั่ว ๆ ไป ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปทั้งในห้างร้านและร้านค้าออนไลน์ แต่เธอเลือกขายสินค้าเฉพาะในกลุ่มเพื่อนที่รู้จักกันเท่านั้น ไม่ได้ขายให้กับคนทั่วไป แม้จะเป็นการขายแบบพรีออเดอร์เธอก็เลือกสรรรูปแบบดีไซน์ของสินค้าที่เธอและเพื่อน ๆ ในกลุ่มชอบ และกลุ่มเพื่อนของเธอก็คงจะเป็นกลุ่มที่ใหญ่พอสมควร นอกจากเพื่อนแล้วก็ยังมีเพื่อนของเพื่อนด้วย จึงทำให้มียอดขายดีพอสมควรสำหรับการเป็นแม่ค้าที่ทำงานเองคนเดียว ผมจะไม่บอกนะครับว่าสินค้าเป็นอะไร แต่พอจะบอกได้ว่าเป็นสินค้าเกรดดีและราคาสูงทีเดียว ซึ่งของค่อนข้างมีราคาแบบนี้เองทำให้เพื่อน ๆ ที่รู้จักและเชื่อใจกันอยู่แล้วตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าซื้อจากแม่ค้าทั่วไปที่ไม่รู้จัก มันเป็นเหมือนพื้นที่เฉพาะที่แม่ค้าภายนอกที่เป็นคู่แข่งเจาะเข้ามาโจมตีได้ยากครับ

ดังนั้น ผมจึงบอกลูกค้าบางคนให้เปลี่ยนคำถามเสียใหม่ คือแทนที่จะถามว่าขายอะไรดี ให้ถามตัวเองเสียก่อนว่าเราสามารถขายของให้ใครได้บ้าง สำรวจตัวเองและคนรอบข้างที่เราคุ้นเคยแล้วนึกภาพว่าถ้าเราต้องขายสินค้าให้ใครหลาย ๆ คน เราน่าจะขายให้ใครได้สำเร็จบ้าง หลังจากได้กลุ่มคนที่เราพอจะขายของให้ได้แล้วค่อยมาคิดต่อว่าคนกลุ่มนี้น่าจะสนใจซื้ออะไรบ้าง

หรือบางท่านอาจจะขายของบางอย่างอยู่ก่อนแล้ว มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนอยู่แล้ว อยากจะขยาย เพิ่มยอดขายให้มากขึ้น ก็ให้เพ่งไปที่กลุ่มลูกค้าเดิมของตัวเองนั่นแหละ พิจารณาดูว่าพวกเขาน่าจะต้องการซื้อสินค้าใหม่ ๆ อะไรอีกบ้างที่ท่านยังไม่มีขาย การค้าขายจะว่าไปมันก็เป็นการแลกเปลี่ยนและตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายนั่นเอง หากราคาขายและเงื่อนไขอื่น ๆ เหมือน ๆ กัน ลูกค้าเก่าก็มีแนวโน้มจะซื้อจากเรามากกว่าจะไปลองซื้อจากเจ้าอื่นที่ยังไม่รู้จักและยังไม่เคยซื้อขายกันมาก่อน

เอาล่ะ ผมก็โม้มาพอสมควร ขอสรุปเลยละกัน สำหรับท่านที่มีคำถามอยู่ในใจว่าจะหาสินค้าอะไรมาขายดี ขอให้ลองคิดเรื่องเหล่านี้ดูครับ

  • สินค้าที่คนอื่นขายดีเราอาจขายไม่ดี เพราะเราไม่มีดีเหมือนเขา
  • สินค้าที่เราขายดี คนอื่นอาจขายไม่ได้ เพราะเขาไม่มีดีเหมือนเรา
  • สินค้าที่ใคร ๆ ก็ขายดี จะดีอยู่ได้ไม่นาน เพราะจะมีคนขายกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องแข่งกันขาย
  • สินค้าที่ไม่ค่อยมีใครขาย อาจจะมีคนสนใจซื้ออยู่จำนวนหนึ่ง หาให้เจอว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน
  • สำรวจตัวเราเองก่อนว่ามีศักยภาพที่จะขายของให้ใครได้บ้าง
  • สำรวจความชอบและความถนัดของเราเองก่อนที่จะขายของตามอย่างคนอื่น
  • นึกถึงคนรอบข้างใกล้ตัวก่อนว่าพวกเขามีอะไรที่ต้องการซื้อแต่ยังหาซื้อไม่ได้บ้าง

สุดท้ายและท้ายสุดของเรื่องนี้ ผมอยากบอกว่าอย่าคิดมากจนเครียดเลยครับ หากสนใจอยากขายของจริง ๆ อย่าเพิ่งคิดว่าเริ่มขายก็จะขายได้กำไรมาก ๆ จะได้รวยเร็ว ๆ ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า ลองขายอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูก่อน ถ้าขายแล้วดีค่อยหาทางขยับขยายต่อ แต่ถ้าลองแล้วไม่เวิร์ค ก็ไม่เจ็บตัวมาก เรียนรู้จากการทำจริงด้วยตัวเองดีที่สุด บางทีทำไปมาก ๆ แล้วท่านอาจจะพบว่าตัวเองไม่อยากขายของแล้วก็ได้

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *